Perfil de ศิขรินทร์Si+K+Ar+In ---> Sr+I+H+A...FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Blog


17 octubre

แจ้งเกรดให้ผู้ปกครองทราบ

วันนี้ไปเรียนก็ปกติ...ไปถึงโรงเรียนก็เกือบสาย...ตามปกติ
กลับบ้านมา...แม่ทำกับข้าวให้กิน...ตามปกติ
เปิดคอม ดูคลิบสาระแนที่เพิ่งโหลดมา
ดูไปดูมาสักพัก แม่ก็เปิดประตูเข้ามาถามว่า
"เกรดออกเท่าไหร่" แม่ถามน้ำเสียงประมาณว่า "กูรู้แล้วๆ แค่กูอยากฟังอีก"
"3.45" กระผมบอกไปตามความจริง
ที่จริงเกรดมันก็ออกตั้งแต่ต้อนเดือนละ แต่ใจไม่กล้าพอ
"เกือบที่สุดท้ายเลยสิ" แม่ถามด้วยความคิดที่ว่าประชากรมีความหนาแน่นที่4.00
"น้อยที่สุดได้2.9" ตอนนั้นคิดถึงไอ้นิว ไม่ใช่พิสวาสนะ
"ก็นั่นแหละ แล้วสูงสุดได้เท่าไหร่" แม่ถามด้วยความรู้ทางสถิติที่มีแค่เบื้องต้น
คือ...รู้แค่ว่ามันมีขอบบนกับขอบล่าง แต่ไม่คิดค่าเฉลี่ยทุกชนิดรวมถึงจำนวนประชากร
"4.00" ตอนนั้นคิดถึงพวกเพื่อนๆประเภทน้ำยาล้างห้องน้ำที่ขวดสีม่วงๆ
"ได้เกรด3กี่ตัว" แม่ถามด้วยความเป็นครูที่ลืมไปแล้วว่าเกรดขนาดนี้จะมีปัจจัยอะไรบ้าง
"ได้2ด้วย" กระผมโฆษณาด้วยความที่ในชีวิตไม่ค่อยได้2 เลยออกจะเห่อสักหน่อย
มีสังคมม.1-2เทอมแรก คณิตม.3เทอมแรก คณิตม.6เทอมแรก ได้2.5ชีวะม.6เทอมแรก
"คณิตอาจารย์กิตติกุลใช่มั้ย" อาจารย์ดังจนถึงขนาดแม่ของกระผมรู้จักนี่ไม่ธรรมดา
คือถามเพื่อไม่ให้การสนทนาหยุดนิ่ง ไม่มีความจำเป็นทางด้านการสื่อความหมาย
"ไม่ไหวละ ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ" กระผมก็ได้แต่คิด "สมัยม.ปลายแม่เคยได้เกรดเกิน2มั้ย?"
"เพื่อนเค้าได้ตั้ง4.00 แล้วส่วนใหญ่ได้เท่าไหร่" แม่เริ่มนึกได้ว่าประชากรมีมากกว่า3คน
"น่าจะ3.7-3.8" ผมกะคร่าวๆไป เพราะไม่ค่อยมีคนบ่นเกรดเฉลี่ย แค่มีปัญหาบางวิชา
"เทอมนี้เอาใหม่ ไม่ไหวละ เกรดตกไปเยอะเลย" แม่สวมบทเสนาธิการ
"เอาไปทำมายยยย...เกรด ยังต้องใช้อีกเหรอ" กระผมดำเนินการสนทนาไม่ให้ขาดช่วงบ้าง
"ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" แม่เน้นย้ำสังคมศึกษาเรื่องหน้าที่พลเมือง
"เรียนเพื่อเกรดว่างั้น งั้นย้ายไปโรงเรียนXXXให้หน่อยสิครับ เดี๋ยวจัดห้ายยยย..." รู้กันๆ
"ไม่ได้ว่าอย่างนั้น ก็เรียนเอาความรู้ไปต่อมหา'ลัย" แม่เริ่มเสียเชิง แถไปเรื่อย
"เรียนสิ่งแวดล้อม ตารางธาตุ ไปรียนปิโตรฯ ฮาไปมั้ย?"
แม่เลยปิดประตู แม่จะอ่อนเชิงมากเมื่อไม่ได้อยู่กับพ่อ
ก็รู้ๆกันอยู่ว่าแม่ผมเก่งขนาดไหน ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวหาว่าว่าแม่ตัวเองอีก
ครับ...พ่อกลับบ้านพอดี แม่เอาเรื่องทั้งหมดเล่าให้พ่อฟังข้างนอกห้อง
เสียงเบามาก กลัวกระผมได้ยิน แล้วจะนำข้อมูลไปใช้ในการเข้าตี
แล้วเรื่องอะไรที่กระผมจะไม่แอบฟัง
เสียงเดินทางได้ดีกว่า ในตัวนำที่เป็นของแข็ง ว่าแล้วก็เอาหูแนบผนัง
พ่อไม่พูดอะไรมาก พูดแค่ว่า "เอาเกรดไปใช้กับแอดมิชชัน จะให้ลูกสอบเหรอ"
แล้วแม่ก็กลับมาเป็นปกติ
แม่กระผมเหมาะมากกับระบบสังคมนิยม สั่งขวาหันซ้ายหันได้จริงๆ
แม่กระผมไม่ชอบดูหนัง เพราะไม่ทันเข้าใจพระเอกก็ตายห่าไปแล้ว
แม่กระผมชอบอ่านหนังสือ เพราะทบทวนได้หลายรอบ ไม่โผล่แล้วหายแบบซับไตเติ้ล
หนังเรื่องไหนที่พ่อว่าฮา แม่จะหัวเราะเป็นบ้าไปเลย เรื่องไหนพ่อว่าไม่ดี แม่จะเงียบ
หลายครั้งที่พ่ออยากกินอะไร แม่จะเข้าใจว่าต้องการกินกับตัวเอง
จึงแทรกความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วยเสมอๆ เช่น
"ซื้อยำตีนไก่มากินหน่อยสิ" "ยำรวมมิตรใช่มั้ย" ...
"ต้มไก่กินดีมั้ยวันนี้" "ไม่ทำลาบเหรอ" ...
ทุกวันนี้ยังคิด ใครจะทนแม่ได้เท่าพ่อ
หลายครั้งที่ต้องถามพ่อว่าแม่ฟังผิดหรือจงใจกันแน่ เพราะบางคำมันต่างกันเหลือเกิน
แม่มีปัญหากับทุกเรื่องที่ใช้สมอง
นั่งพิมพ์งานให้แม่ แม่ถามว่าเสร็จรึยัง ในขณะที่เครื่องปรินท์กำลังไถกระดาษหน้าสุดท้าย
คงจะแปลกใจสินะครับ ว่าทำไมต้องว่ากันด้วยเรื่องแค่นี้
แต่กรณีนี้แปลกแน่ เพราะแม่ถามหลังจากรอรับไปทีละหน้า อ่านอย่างนาน นับแผ่นเสียงดัง
แล้วยังมาถามว่าเสร็จรึยัง... ทั้งๆที่นับได้61 จาก62
นั่งรอแม่ทำกับข้าว "คราวก่อนแม่ทำเค็มมาก คราวนี้ขอลดลงหน่อยครับ"
"คราวก่อนแม่ใส่น้ำปลาเยอะไปหน่อย"
พอนั่งกิน เค็มเหมือนเดิม เพราะแม่ใช้ซีอิ๊วเยอะๆแทน
เวลาแม่อ่านหนังสือ สกุลไทยเล่มเดียวอ่านได้เป็นอาทิตย์ แต่จำได้ละเอียดยิบ
แม่เป็นพวกบัณฑิตสายถึก...
แม่ภูมิใจมากกับการเรียน4ปีจบแล้วหางานทำได้ภายในครึ่งปี
แม่ชอบคุยเสมอว่านามสกุลแม่เก่งทุกคน กระผมก็เลยต่อท้ายให้ว่า...
"ถ้าไม่มีแม่กับป้ามิตร" แต่แม่ก็มีความพยายามมากว่าหลายเท่า
แม่คิดว่าหมอเป็นอาชีพที่ดีที่สุด เพราะมีความประทับใจหมอที่มารักษาขาให้ในตอนเด็ก
รวมไปถึงเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน... (- -)
ตอนแรกได้ปิโตรฯก็ไม่อยากให้เรียน พอได้ยินเงินเดือนแค่นั้นแหละ เงียบแบบพ่อสั่ง
ตอนน้องได้ค่ายอัจพร้อมค่ายโอ แม่ถามอ.วรรณวลัย อ.ว่าให้เรียนตามลำดับขั้น
แต่กระผมสั่งว่าให้ไปโอ แม่ก็ว่าอาจารย์เขาว่ามาอย่างนั้น ไปไม่ได้
"ถ้าคิดว่าลูกแม่ธรรมดาก็เรียนไปธรรมดาๆนั่นแหละ อย่าเลยหมอน่ะ เพราะหมอต้องข้ามขั้น"
เพราะพวกที่จะติดหมอ(ในความคิดผม)มันต้องเรียนทุกอย่างจบภายในม.5เทอมต้น
ถึงจะไม่อ้วกแตกตอนสอบ...
แม่ดูคนตามอายุตัวมากกว่าอายุสมอง เลยโดนลูกปั่นหัวเล่นทั้งพี่ทั้งน้อง
ยายก็พอๆกัน แต่ยายคิดว่ายายแก่กว่าแม่ เลยหนักกว่านิดหน่อย นึกภาพออกมั้ยครับ
ยายบอกว่า "หมอเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ใครก็ว่าเก่ง คนสอบได้เข้าไปเรียนมีน้อย"
"หมอรับ1000กว่า ของบิ๊กรับ100กว่า" ลุงหัวเราะแทบตกเก้าอี้ เพราะลุงก็เกลียดหมอ
ตอนนั่งฟังเพลง "ติดแต่อันนี้แหละถึงไม่อยากเป็นหมอ" หมอไม่ฟังเพลงเหรอวะ?
ครับ...นี่คือข้อเสียของการพูดแบบไม่มีข้อมูล
ญาติสายวิศวะบอกว่าเรียนปิโตรมันยาก ที่ทำงานมีน้อย
ญาติสายกสิกรชนก็บอกให้เรียนหมอ ตามสเต็ปไทยบ้าน
ญาติสายบริหารสนับสนุนปิโตรเต็มที่ เพราะไม่มีวิศวะสาขานี้ในตระกูล
ขาดหมอกับงานเอกชนที่ไม่ใช่วิศวะ ประมาณว่าตระกูลข้าราชการตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้
ญาติตัวประกอบอื่นๆก็มาเภส่งเภสัช นิติส่งนิติศาสตร์ ไปเรื่อย
แต่ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของญาติฝ่ายบริหาร
รุ่นของแม่ทั้งหมดถูกกำหนดให้เรียนครูและวิศวะ ผลออกมาเบี้ยวไปนิดเดียวเอง
พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ย๊าว...ยาว...